สำนักพิธีการ CP
หัวข้อ
หน้าแรก

วัตถุประสงค์

คณะกรรมการบริหาร

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

แผนที่ตั้งสำนักงาน

โทรศัพท์ติดต่อ

กระดานข่าว

ภาพกิจกรรม


บทความ

บทความล่าสุด
ส่องกล้องมองคำว่า"ทุ...
เเด่ทุกท่านที่ "มีเเ...
ปล่อยวางได้หมดแล้ว ?
ฝึกเด็กให้รู้จักพึ่ง...
ข้อคิด คำคม พระพรหมค...
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท เจียไต๋ จำกัด
เว็บเครือซีพี
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร
เว็บไซต์พระพุทธศาสนา
เว็บไซต์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
องค์การพุทธศาสนิก สัมพันธ์แห่งโลก
เว็บไซต์มหาเถรสมาคม
เว็บไซต์องค์กรศาสนา
เว็บไซต์ธรรมมะ
ธรรมะ 5 นาที
พุทธทาสศึกษา
กุศล.คอม
ซีดีธรรมะ
รวมรูปพระพุทธศาสนา


วัดในกรุงเทพมหานคร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดกำแพง
วัดเจ้าอาม
วัดชนะสงคราม
วัดชัยพฤกษมาลา
วัดชิโนรสารามวรวิหาร
วัดดุสิดารามวรวิหาร
วัดปากน้ำ
<รวมวัดทั้งหมดใน กทม.>
แนะนำลิงค์ธรรมะ






กระดานข่าว
กระทู้ล่าสุด
mass effect porn free
asian lesbian scat o...
Hot anal sex - video...
The Best And Beautif...
my intimacies
กระทู้ยอดนิยม
asian lesbian sca... [3697]
Tenormin Vs Metop... [2620]
lesbian anal lick... [1928]
free gay bondage ... [1414]
angry explosive t... [1244]
ผู้กำลังใช้งาน
บุคคลทั่วไป: 5
สมาชิกขณะนี้: InspiritofBugs, Luniisonsasisie, OFFranklinTu

สมาชิกทั้งหมด: 26060
สมาชิกล่าสุด: Gkaqakavehoe
แบบสำรวจ
การเช้าชมเว็บนี้

ช้ามาก

พอใช้

เร็วมาก

คุณต้องเข้าระบบก่อนลงคะแนน.
Last Seen Users
OFFranklinTuOnline Now
InspiritofBugsOnline Now
LuniisonsasisieOnline Now
LearryNex< 5 mins
Gkaqakavehoe00:07:02
Bigbobshttp00:07:04
Immotthes00:07:27
Yposilivaq00:08:05
UNFAISAJASK00:10:12
diegoforklureaue00:13:55
วันวิสาขบูชา
           วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๗ หรือราวเดือนมิถุนายน

          วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า “วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (คือเดือน ๖) ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ๓ ประการ ในวันวิสาขบูชา ดังนี้

ประสูติ


          ๑. เป็นวันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครเดิมของพระนาง เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ ๕ วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) สำเร็จเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า

ตรัสรู้


๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ณ ร่มพระศรีมหาโพธิบัลลังก์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี
          การตรัสอริยสัจสี่ คือของจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ของพระพุทธเจ้า เป็นการตรัสรู้อันยอดเยี่ยม ไม่มีผู้เสมอเหมือน วันตรัสของพระพุทธเจ้า จึงจัดเป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันที่ให้เกิดมีพระพุทธเจ้าขึ้นในโลกชาวพุทธทั่วไป จึงเรียกวันวิสาขบูชาว่า วันพระพุทธ(เจ้า) อันมีประวัติว่า พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญเพียรต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้า "ฌาน" เพื่อให้บรรลุ "ญาณ" จนเวลาผ่านไปจนถึง ...
          ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ" คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น
          ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
          ยามสาม : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือรู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจสี่ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งขณะนั้น พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา

          ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ อริยสัจ ๔ หรือ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่
          ๑. ทุกข์ คือ ความลำบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
          ๒. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
          ๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ
          ๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์
          ทั้ง ๔ ข้อนี้ถือเป็นสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นสิ่งที่พระอริยเจ้าทรงค้นพบ เป็นสัจธรรมชั้นสูง ประเสริฐกว่าสัจธรรมสามัญทั่วไป

ปรินิพพาน


๓. เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป) การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ก็ถือเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะชาวพุทธทั่วโลกได้สูญเสียดวงประทีปของโลก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญชาวพุทธทั่วไปมีความเศร้าสลดเสียใจและอาลัยสุดจะพรรณนา อันมีประวัติว่าเมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวลานานถึง ๔๕ ปี ซึ่งมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน ๖ พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชกผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน ๖ นั้น

          วันวิสาขบูชา จึงนับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ ที่มีต่อปวงมนุษย์และสรรพสัตว์อันหาที่สุดมิได้

          การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา จุดมุ่งหมายในการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา เพื่อรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง ๓ ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ

พุทธกิจ ๕ ประการ

          ๑. ตอนเช้า เสด็จออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ คือเสด็จไปโปรดจริง เพราะทรงพิจารณาเห็นตอนจวนสว่างแล้ว ว่าวันนี้มีใครบ้างที่ควรไปโปรดทรงสนทนา หรือแสดงธรรมให้ละความเห็นผิดบ้าง เป็นต้น
          ๒. ตอนบ่าย ทรงแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนที่มาเฝ้า ณ ที่ประทับ ซึ่งปรากฏว่าไม่วาพระองค์จะประทับอยู่ที่ใด ประชาชนทุกหมู่ทุกเหล่าตลอดถึง ผู้ปกครอง นครแคว้นจะชวนกันมาเฝ้าเพื่อสดับตับพระธรรมเทศนาทุกวันมิได้ขาด
          ๓. ตอนเย็น ทรงเเสดงโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์ทั้งมวลที่อยู่ประจำ ณ สถานที่นั้นบางวันก็มีภิกษุจากที่อื่นมาสมทบด้วยเป็นจำนวนมาก
          ๔. ตอนเที่ยงคืน ทรงแก้ปัญหาหรือตอบปัญหาเทวดา หมายถึง เทพพวกต่างๆ หรือกษัตริย์ซึ่งเป็นสมมติเทพ ผู้สงสัยในปัญญาและปัญหาธรรม
          ๕. ตอนเช้ามืด จนสว่าง ทรงพิจารณาสัตว์โลกที่มีอุปนิสัยที่พระองค์จะเสด็จไปโปรดได้ แล้วเสด็จไปโปรดโดยการไปบิณฑบาตดังกล่าวแล้วในข้อ ๑
          โดยนัยดังกล่าวมานี้พระพุทธองค์ทรงมีเวลาว่าอยู่เพียงเล็กน้อยตอนเช้าหลังเสวยอาหารเช้าแล้ว แต่ก็เป็นเวลาที่ต้องทรงต้อนรับอาคันตุกะ ผู้มาเยือนอยู่เนืองๆ เสวยน้อย บรรทมน้อย แต่ทรงบำเพ็ญพุทธกิจมาก ตลอดเวลา ๔๕ พรรษานั้นเอง ประชาชนชาวโลกระลึกถึงพระคุณของพระองค์ดังกล่าวมาโดยย่อนี้ จึงถือเอาวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระองค์เป็นวันสำคัญ จัดพิธีวิสาขบูชาขึ้นในทุกประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา

ธรรมเนียมการปฏิบัติในวันวิสาขบูชา


เมื่อวันวิสาขบูชาเวียนมาถึงในรอบปี พุทธศาสนาชนไม่ว่าจะเป็นบรรพชิต (พระสงฆ์ สามเณร) หรือ ฆราวาส (ผู้ครองเรือน) ทั่วไป จะร่วมกันประกอบพิธีเป็นการพิเศษทำการสักการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณา พระปัญญาคุณ และพระวิสุทธิคุณ ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นดวงประทีปโลก เมื่อวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงในวันเดียวกัน ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งในรอบปี คือ เวียนมาบรรจบในวันเพ็ญวิสาขบูชา กลางเดือน ๖ ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนของไทยเรา ชาวพุทธทั่วโลกจึงประกอบพิธีสักการบูชา การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา แบ่งออกเป็น ๓ พิธี คือ
๑.พิธีหลวง (พระราชพิธี)
๒.พิธีราษฎร์ (พิธีของประชาชนทั่วไป)
๓.พิธีของพระสงฆ์ (คือพิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจเนื่องในวันสำคัญวันนี้)

การประกอบพิธีและบทสวดมนต์ในวันวิสาขบูชา ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับการประกอบพิธีในวันมาฆบูชา

๑. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
๓. ไปเวียนเทียน ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
๔. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา
๕. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ

ที่มา www.banfun.com


โดย monchai เมื่อ พฤษภาคม 03 2006 16:47:320 ความเห็น : 1378 อ่าน - พิมพ์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็นส่งเข้ามา.
แสดงความคิดเห็น
กรุณาเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น.
ระดับคะแนน
ระบบลงคะแนนเฉพาะสาชิก.

ต้องเข้าระบบก่อน.

ยังไม่มีการให้คะแนน.
Clock
ระบบสมาชิก
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน



สมัครสมาชิก ?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน ?
ขอใหม่ ที่นี่.
ศีลธรรมชีวิตประจำวัน
มงคลชีวิต 38 ประการ
ธรรมะด้วยเรื่องธรรมชาติ
ธรรมะด้วยชีวิตประจำวัน
อัลบั้มภาพล่าสุด

22.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...


21.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...


20.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...


19.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...

ฟังบทสวดมนต์
บทแผ่เมตตา
บทสวดเจริญพุทธมนต์
บทสวดบูชาดวงชะตา
บทสวดธรรมจักร
บทสวดชัยมงคลคาถา
บทสวดพระคาถาชินบัญชร
ฟังบทสวดมนต์ทั้งหมด>>>
วัดประจำรัชกาล
วัดประจำรัชกาลที่ ๑
วัดประจำรัชกาลที่ ๒
วัดประจำรัชกาลที่ ๓
วัดประจำรัชกาลที่ ๔
วัดประจำรัชกาลที่ ๕
วันสำคัญพุทธศาสนา
วันมาฆบูชา
วันวิสาขบูชา
วันอาสาฬหบูชา
วันเข้าพรรษา
วันออกพรรษา
ฝากข้อความ
คุณต้องลงทะเบียนก่อนส่งข้อความ.

a_dam
02/11/2009 10:21
อยากให้มีขั้นตอนหรือวิธีก
ารจัดเตรียมงานในพิธีสำคัญ
ต่างๆ เช่น การทำบุญเลี้ยงเพล


sunset
11/02/2009 12:37
อยากทราบรายละเอียดพิธีการ
ตั้งศาลพระภูมิ


Chalermpon
31/07/2008 16:07
อยากทราบถึงรูปแบบการ ของการบวช ในสมัย ต้นพุทธกาล ว่าเป็นอย่างไร

nakhawaro
05/11/2006 06:05
หลวงพี่ส่งโค๊ด ให้ทางอีเมลล์นะ เช็คอีเมลล์ด้วย อีเมลล์ตัวล่างนะ

monchai
02/10/2006 08:52
อยากให้ทุกท่าน ร่วมสมัครสมาชิกกับทางเว็บ
ไซต์ของสำนักพิธีการฯ ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษต่างๆ และจะได้รับข่าวสารแจ้งทาง
e-mail ให้ทราบเมื่อมีงานต่างๆ


ข้อความทั้งหมด
Untitled Document

—————————————————————————————————

สำนักพิธีการ เครือเจริญโภคภัณฑ์
เลขที่ ๕๗๙ อาคารเฉลิมพระเกียรติ  ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๖๒๒-๙๕๑๑ , ๐-๒๖๒๒-๙๕๒๒ โทรสาร. ๐-๒๖๒๒-๙๕๕๕
(ขอสงวนลิขสิทธ์รูปภาพของเว็บไซด์นี้)
Email : piteekarn@buddha-cp.com

—————————————