สำนักพิธีการ CP
หัวข้อ
หน้าแรก

วัตถุประสงค์

คณะกรรมการบริหาร

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

แผนที่ตั้งสำนักงาน

โทรศัพท์ติดต่อ

กระดานข่าว

ภาพกิจกรรม


บทความ

บทความล่าสุด
ส่องกล้องมองคำว่า"ทุ...
เเด่ทุกท่านที่ "มีเเ...
ปล่อยวางได้หมดแล้ว ?
ฝึกเด็กให้รู้จักพึ่ง...
ข้อคิด คำคม พระพรหมค...
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท เจียไต๋ จำกัด
เว็บเครือซีพี
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร
เว็บไซต์พระพุทธศาสนา
เว็บไซต์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
องค์การพุทธศาสนิก สัมพันธ์แห่งโลก
เว็บไซต์มหาเถรสมาคม
เว็บไซต์องค์กรศาสนา
เว็บไซต์ธรรมมะ
ธรรมะ 5 นาที
พุทธทาสศึกษา
กุศล.คอม
ซีดีธรรมะ
รวมรูปพระพุทธศาสนา


วัดในกรุงเทพมหานคร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดกำแพง
วัดเจ้าอาม
วัดชนะสงคราม
วัดชัยพฤกษมาลา
วัดชิโนรสารามวรวิหาร
วัดดุสิดารามวรวิหาร
วัดปากน้ำ
<รวมวัดทั้งหมดใน กทม.>
แนะนำลิงค์ธรรมะ






กระดานข่าว
กระทู้ล่าสุด
sport bra nipples
The Best And Beautif...
leslie science cente...
socor mom porm
Buy cheapest Vasotec...
กระทู้ยอดนิยม
asian lesbian sca... [3702]
Tenormin Vs Metop... [2625]
lesbian anal lick... [1928]
free gay bondage ... [1414]
angry explosive t... [1244]
ผู้กำลังใช้งาน
บุคคลทั่วไป: 4
สมาชิกขณะนี้: Spiviwinug, DersAppeate

สมาชิกทั้งหมด: 26074
สมาชิกล่าสุด: Spiviwinug
แบบสำรวจ
การเช้าชมเว็บนี้

ช้ามาก

พอใช้

เร็วมาก

คุณต้องเข้าระบบก่อนลงคะแนน.
Last Seen Users
LearryNexOnline Now
DersAppeateOnline Now
SpiviwinugOnline Now
nursinbra< 5 mins
OFFranklinTu< 5 mins
UNFAISAJASK< 5 mins
double_power< 5 mins
Luniisonsasisie00:07:36
Bigbobshttp00:08:20
Famofusuxu00:08:28
ฝึกเด็กให้รู้จักพึ่งตนเอง ช่วยตนเอง
ท่านพ่อแม่ที่นับถือทั้งหลาย... .

ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราย่อมได้ยินพระพุทธภาษิตบทหนึ่งอยู่เสมอ เป็นภาษิตที่มีความหมายเตือนใจดีเหลือเกิน ถ้าใครทำตามภาษิตข้อนี้ย่อมเอาตัวรอดได้โดยแท้

ภาษิตนั้นว่า...

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ

แปลว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน


คำว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน นี้มีความหมายลึกซึ้งมาก หากแต่เราชาวพุทธนำมาใช้กันน้อยไปหน่อย เราจึงกลายเป็นคนอ่อนแอหนักไม่เอาเบาไม่สู้ ไม่ค่อยคิดพึ่งตนเอง ไม่คิดสร้างฐานะด้วยความสามารถของตนเอง คอยแต่จะพึ่งพาอาศัยเขาอื่นร่ำไป

พอหมดที่พึ่งก็มักบ่นว่าผมเป็นคนอาภัพ ต้องพึ่งตนเองตลอดเวลา กลับเห็นคนที่ได้พึ่งพาอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่ หรือคนที่ไม่ต้องการทำอะไรว่าเป็นคนมีบุญ พระเอกในทัศนะของคนไทย คือ คนเอวบางร่างอ่อนเดินเหินไม่ค่อยแข็งแรง พอตกระกำลำบากหน่อยก็แสดงความอ่อนแอออกมาทันที พระเอกแบบนี้ไปไม่ไหว...เป็นคนพึ่งตนเองไม่ได้เสียเลย ทำไมเราจึงได้เป็นกันเช่นนี้เล่า?

หลักคำสอนในทางศาสนานั้นดีหมดทุกอย่าง...แต่เรามิได้เอามาใช้เราจึงไม่ได้รับประโยชน์จากศาสนา เรื่องนี้ต้องแก้ไขกันเสียที เพื่อให้เกิดความบึกบึนอดทนยินดีต่อสู้กับงานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นงานหนักขนาดไหน ต้องเริ่มกันตั้งแต่เด็กไปทีเดียว การเลี้ยงเด็กทารกของคนไทยเรายังไม่ดีพอ เด็กของเราจึงเป็นคนอ่อนแอ

ที่ว่าไม่ดีนั้นเป็นอย่างไร?

จะบอกให้เห็นง่ายๆ ก็คือว่า เราถนอมลูกของเราเกินไป คอยเอาใจใส่มากเกินไป คอยอุ้มคอยชูตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้เด็กได้มีอิสระในตัวของเขาบ้างเลย แม่บ้าง ยายบ้าง ย่าบ้าง ช่วยกันอุ้มไว้บนตักเอาใจใส่เสียจนเกินพอดี จนเด็กนั้นกลายเป็นคนขี้อ้อนไป เวลาเด็กร้องก็มีคนคอยเอาใจใส่โดยมิรู้ว่าเด็กนั้นร้องเพราะอะไร พอได้ยินเสียงร้องเป็นต้องอุ้มและให้นมทันที...ให้กินจนเด็กท้องเสียธาตุพิการไปตามๆ กัน วิธีเลี้ยงของเรายังสู้หมาหรือแมวยังไม่ได้ ท่านผู้ฟังอย่านึกเคืองที่นำไปเปรียบอย่างนั้น โปรดฟังให้ดี ท่านจะได้เข้าใจขึ้นบ้างว่าอะไรเป็นอะไร...

ขณะที่เขียนบทความนี้สุนัขตัวหนึ่งมาเกิดลูกไว้ในอุโมงค์ 4 ตัว เป็นตัวเมีย 3 ตัวผู้ 1 สามเณรที่วัดได้บอกให้ข้าพเจ้าทราบ จึงให้ย้ายมาไว้ในรูเจดีย์อันอยู่ใกล้ๆ กุฏิที่ข้าพเจ้าพัก นั่งเขียนหนังสือมองดูความเคลื่อนไหวของแม่หมาได้ตลอดวัน ในเวลากลางวันตอนเช้าแม่หมาไปหาอาหารกินที่ครัว ทิ้งลูกไว้ตามลำพัง ได้แอบไปดูมันนอนก่ายกันน่าดูแท้ ขนสะอาดน่าจับต้อง แม่กินอาหารอิ่มแล้วก็ขึ้นมาหาลูก นอนลงให้ลูกกินนม แม่ก็ทำความสะอาดให้ลูก สังเกตดูทุกครั้งแม่มันจะต้องเลียที่ปากทวารของลูกให้เยี่ยวออก แล้วมันเลียกินหมด แล้วมันก็เลียตามตัวของลูกเป็นการชำระให้สะอาด พอลูกดูดนมได้อิ่มแล้วแม่หมาก็ออกไปทันที ไปนอนอยู่ ณ ที่อื่น ราวบ่ายโมงก็มาให้นมแก่ลูกอีกครั้ง มันทำแบบเดียวกัน ตอนค่ำมาให้อีก ดูลูกมันทุกตัวอ้วนท้วนแข็งแรงมาก เกิดได้ 15 วันแล้ว ยังมิได้ลืมตาดูโลก เดินก็ยังไม่ได้ ได้แต่คลานไปมาเท่านั้น...นี่เรื่องของสุนัข

เรื่องของแมวก็แบบเดียวกัน ให้นมแล้วทำความสะอาดเป็นเวลา ทั้งวันสำหรับแมว พอลูกโตขึ้นมีฟันมีเขี้ยวงอกเต็มปากแล้ว มันเริ่มสอนให้พึ่งตัวเองทันที โดยการนำลงไปข้างล่าง วิธีนำไปก็คือแม่เดินนำปากร้องเรียกเหมียวๆ อยู่ตลอดเวลา ตาคอยสอดส่ายดูอันตราย ถ้าหมาเดินผ่านมาแม่พุ่งเข้าใส่ทันทีทีเดียวเพื่อป้องกันลูกน้อยของมัน ขณะเดินไปนั้น ถ้าลูกเดินช้ามันจะรอให้ทันกัน แล้วพาบุกหญ้ารกไป มันกระโดดให้ลูกไล่ตาม บางทีมันซ่อนให้ลูกเสาะหามัน นี่เป็นการฝึกให้รู้จักพึ่งตนเองทั้งนั้น ในขั้นแรกลูกแมวยังจับหนูไม่เป็น แม่ก็ฝึกให้ วันหนึ่งแม่จับกระรอกมาได้ตัวหนึ่ง เอามาทิ้งให้ลูกของมันทันที เจ้าลูกน้อยหนีไปซ่อนข้างฝาเพราะกลัว มันก็คาบตามไปแล้วทำท่าจับให้ดู กัดให้ดูจนเลือดไหลออกมา พอได้กลิ่นเลือดเท่านั้นลูกก็คาบไปทันทีเอาไปกิน แม่นั่งดูเฉยจนลูกกินอิ่มแล้วเหลือเท่าใดแม่กินต่อไป พอลูกโตเต็มที่ก็หมดภาระในการเลี้ยงดู ลูกแมว ลูกหมาน้อย...ต้องพึ่งตนเองต่อไป นี่คือวิธีการของแมวและหมา

ลองดูพวกนกในอากาศบ้าง มันก็ทำแบบเดียวกัน คือออกไข่...ฟักให้เป็นตัว ถนอมเลี้ยงเมื่อลูกยังไม่มีปีกสำหรับบิน พอปีกแข็งก็พากันบินไต่ไปตามต้นโน้นต้นนี้จนบินแข็ง พอบินแข็งแล้วก็ปล่อยเลย เจ้าต้องดำรงชีพของเจ้าด้วยปีกด้วยปากของเจ้าเองเถิด สัตว์เดรัจฉานมันมีวิธีการของมันอย่างนี้ แต่ในหมู่มนุษย์เราเล่า! เป็นอย่างไร?

ข้าพเจ้ามิได้มุ่งหมายให้ท่านทำอย่างนั้นเสมอไป แต่ใคร่ขอให้ท่านมีอุดมการณ์ไว้ในใจของท่านว่าเลี้ยงลูกเพื่อให้ลูกเลี้ยงตนเองได้ มิใช่ว่าจะให้ลูกของเราอยู่ในอ้อมแขนของเราเสมอไป เลี้ยงให้เขาโตบ้างเถิด อย่าเลี้ยงแบบไม่โตเลย ชาวตะวันตกเขากล่าวว่า "คนไทยเลี้ยงลูกไม่โต" ข้อนี้เป็นความจริงแท้ทีเดียว เพราะเด็กของเรานั้นแม้ร่างกายจะเติบโตแล้วแต่ก็ยังอ้อน เหมือนกับเด็กที่ยังอ้อนขอสตางค์แม่ใช้อยู่ตลอดเวลา บางคนโตเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ออกไปทำงานทำการได้แล้ว...แต่ก็ยังขอเงินของคุณแม่ใช้อยู่อีก นี่แหละเรียกว่าเลี้ยงไม่โต ชาวตะวันตกเขาเลี้ยงโต เพราะเขาเลี้ยงในระยะที่เด็กยังพึ่งตนเองไม่ได้ พอพึ่งตนเองได้แล้วก็ปล่อยให้ไปทำมาหากินตามลำพัง พ่อแม่เพียงแต่คอยดูและให้คำแนะนำพร่ำสอนเท่านั้น หาได้เอามาทำเสียเองไม่ ให้ลูกนั่งคอยรับผลนั้น เงินทองของพ่อแม่นั้น...พ่อแม่จะไม่ให้ลูกจนกว่าตัวจะตายไปก่อน ลูกทุกคนจึงต้องแสวงหาอาหาร ที่อยู่ด้วยตนเอง คนของเขาจึงเข้มแข็งอดทนมาก ประเทศชาติของเขาก็ก้าวหน้าไปไกล เพราะเขาฝึกเด็กของเขาดังที่กล่าวมา

จากหนังสือรักลูกให้ถูกทาง

พระพรหมมังคลาจารย์ : หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

โดย monchai เมื่อ สิงหาคม 06 2008 09:49:510 ความเห็น : 424 อ่าน - พิมพ์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็นส่งเข้ามา.
แสดงความคิดเห็น
กรุณาเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น.
ระดับคะแนน
ระบบลงคะแนนเฉพาะสาชิก.

ต้องเข้าระบบก่อน.

ยังไม่มีการให้คะแนน.
Clock
ระบบสมาชิก
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน



สมัครสมาชิก ?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน ?
ขอใหม่ ที่นี่.
ศีลธรรมชีวิตประจำวัน
มงคลชีวิต 38 ประการ
ธรรมะด้วยเรื่องธรรมชาติ
ธรรมะด้วยชีวิตประจำวัน
อัลบั้มภาพล่าสุด

22.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...


21.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...


20.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...


19.พิธีบำเพ็ญกุศล เค...

ฟังบทสวดมนต์
บทแผ่เมตตา
บทสวดเจริญพุทธมนต์
บทสวดบูชาดวงชะตา
บทสวดธรรมจักร
บทสวดชัยมงคลคาถา
บทสวดพระคาถาชินบัญชร
ฟังบทสวดมนต์ทั้งหมด>>>
วัดประจำรัชกาล
วัดประจำรัชกาลที่ ๑
วัดประจำรัชกาลที่ ๒
วัดประจำรัชกาลที่ ๓
วัดประจำรัชกาลที่ ๔
วัดประจำรัชกาลที่ ๕
วันสำคัญพุทธศาสนา
วันมาฆบูชา
วันวิสาขบูชา
วันอาสาฬหบูชา
วันเข้าพรรษา
วันออกพรรษา
ฝากข้อความ
คุณต้องลงทะเบียนก่อนส่งข้อความ.

a_dam
02/11/2009 10:21
อยากให้มีขั้นตอนหรือวิธีก
ารจัดเตรียมงานในพิธีสำคัญ
ต่างๆ เช่น การทำบุญเลี้ยงเพล


sunset
11/02/2009 12:37
อยากทราบรายละเอียดพิธีการ
ตั้งศาลพระภูมิ


Chalermpon
31/07/2008 16:07
อยากทราบถึงรูปแบบการ ของการบวช ในสมัย ต้นพุทธกาล ว่าเป็นอย่างไร

nakhawaro
05/11/2006 06:05
หลวงพี่ส่งโค๊ด ให้ทางอีเมลล์นะ เช็คอีเมลล์ด้วย อีเมลล์ตัวล่างนะ

monchai
02/10/2006 08:52
อยากให้ทุกท่าน ร่วมสมัครสมาชิกกับทางเว็บ
ไซต์ของสำนักพิธีการฯ ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษต่างๆ และจะได้รับข่าวสารแจ้งทาง
e-mail ให้ทราบเมื่อมีงานต่างๆ


ข้อความทั้งหมด
Untitled Document

—————————————————————————————————

สำนักพิธีการ เครือเจริญโภคภัณฑ์
เลขที่ ๕๗๙ อาคารเฉลิมพระเกียรติ  ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๖๒๒-๙๕๑๑ , ๐-๒๖๒๒-๙๕๒๒ โทรสาร. ๐-๒๖๒๒-๙๕๕๕
(ขอสงวนลิขสิทธ์รูปภาพของเว็บไซด์นี้)
Email : piteekarn@buddha-cp.com

—————————————